แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เนื้องอกร้าย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ เนื้องอกร้าย แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

โรคมะเร็งตับอ่อน (Pancreatic cancer)

 โรคมะเร็งตับอ่อน (Pancreatic cancer)


โรคมะเร็งตับอ่อน (Pancreatic cancer) คือเนื้องอกร้ายซึ่งเกิดขึ้นจากเซลล์ของตับอ่อน ชนิดที่พบบ่อยที่สุดคืออะดีโนคาร์ซิโนมาซึ่งเจริญมาจากเซลล์ส่วนที่เป็นต่อมมีท่อ (ต่อม exocrine) ของตับอ่อน อีกส่วนหนึ่งเป็นมะเร็งที่เจริญมาจากเซลล์ไอสเล็ท และจัดเป็นเนื้องอกแบบนิวโรเอนโดไครน์ อาการของมะเร็งตับอ่อนขึ้นกับตำแหน่ง ขนาด และชนิดของเนื้องอก ซึ่งอาจทำให้มีอาการปวดท้อง หรือดีซ่านได้

ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่า มะเร็งตับและมะเร็งตับอ่อนเป็นคนละชนิด คนมักเข้าใจผิดว่าเหมือนกัน แต่ไม่ใช่ ที่สำคัญอุบัติการณ์ก็ไม่เท่ากัน โดยมะเร็งตับอ่อนพบน้อยกว่ามะเร็งตับเป็นสิบเท่า โดยมะเร็งตับอ่อนพบประมาณ 1,300 รายต่อปี แต่มะเร็งตับพบถึง 13,000 รายต่อปี

โรคมะเร็งตับอ่อนเป็นสาเหตุการเสียชีวิตสูงเป็นอันดับที่สี่ของการเสียชีวิต จากมะเร็งทั่วโลก เป็นมะเร็งที่เมื่อนับรวมทุกระยะรวมกันแล้วถือว่ามีพยากรณ์โรคไม่ ดี มีอัตราการรอดชีวิตที่ 1 ปี 25% และที่ 5 ปี 6% สำหรับผู้ป่วยระยะไม่ลุกลาม อัตราการรอดชีวิตที่ 5 ปี อยู่ที่ 20% ในขณะที่ค่ามัธยฐานการรอดชีวิตของผู้ป่วยระยะลุกลามอวัยวะข้างเคียงและระยะ แพร่กระจาย (ซึ่งเป็นผู้ป่วยส่วนใหญ่คิดเป็น 80% ของผู้ป่วยมะเร็งตับอ่อน) อยู่ที่ 10 และ 6 เดือน ตามลำดับ

มะเร็งตับอ่อนเกิดได้อย่างไร


โรคมะเร็งตับอ่อน (Pancreatic cancer) เป็นมะเร็งที่ยังหาสาเหตุแน่ชัดไม่ได้ แต่ก็มีหลายปัจจัยที่กระตุ้น ได้แก่

1. ในคนที่สูบบุหรี่จัด มีปัจจัยเสี่ยงต่อมะเร็งตับอ่อน
2. ในคนที่มีครอบครัวป่วยเป็นมะเร็งตับอ่อน มีโอกาสเป็นมะเร็งตับอ่อนได้สูง
3. ผู้ป่วยที่เป็นเบาหวาน มีปัจจัยเสี่ยงสูง
4. โรคตับอ่อน อักเสบเรื้อรัง หรือกินอาหารไขมันสูงเป็นประจำ โดยเฉพาะไขมันจากสัตว์
5. เนื้องอกที่เกิดจากต่อมมีท่อและไร้ท่อ

มะเร็งตับอ่อนมักเกิดขึ้นกับผู้ชายมากกว่าผู้หญิงถึง 4เท่า และจะพบมากในกลุ่มผู้มีอายุตั้งแต่ 40-70ปี ส่วนใหญ่ผู้ป่วยจะไม่รู้ว่าตัวเองเป็นมะเร็งตับอ่อน และมักจะตรวจพบเมื่อมะเร็งลุกลามหรือรุนแรงมากแล้ว แต่อาการสังเกตเบื้องต้นมีดังนี้

- ดีซ่าน ตัวเหลืองตาเหลือง

- อาการปวดบริเวณส่วนบนของช่องท้องและร้าวไปหลัง ปวดท้องรวมกับปวดหลัง

- เบื่ออาหาร น้ำหนักลดอย่างไม่ทราบสาเหตุ

- อ่อนเพลียกว่าปกติ

- ผู้ป่วยบางคนอุจจาระลักษณะมีไขมันปนมาก

การตรวจและระยะของมะเร็ง


          การตรวจหามะเร็งตับอ่อนค่อนข้างยาก ซึ่งมักจะพบเมื่อมะเร็งเริ่มลุกลามมากแล้ว วิธีที่สามารถตรวจได้ดีที่สุดคือ การตัดชิ้นเนื้อไปตรวจหามะเร็ง แต่นั้นก็ต้องอยู่ในการพิจารณาของแพทย์และอาการที่เกิดขึ้น มะเร็งตับอ่อนแบ่งออกเป็น 4ระยะ

          - ระยะที่ 1ก้อนมะเร็งจำกัดอยู่เฉพาะในตับอ่อน

          - ระยะที่ 2ก้อนมะเร็งลุกลามออกนอกตับอ่อน หรือลุกลามเข้าต่อมน้ำเหลืองที่อยู่ติดกับตับอ่อน

          - ระยะที่ 3ก้อนมะเร็งลุกลามเข้าเส้นเลือดใหญ่ในส่วนของตับอ่อน

          - ระยะที่ 4โรคมะเร็งแพร่กระจายเข้ากระแสเลือด (มักแพร่กระจายเข้าตับ ปอด และกระดูก) หรือเข้าต่อมน้ำเหลืองในช่องท้อง นอกช่องท้องซึ่งอยู่ไกลจากตัวตับอ่อน

การรักษาโรคมะเร็งตับอ่อน


อย่างที่บอกไปก่อนหน้านี้ว่า ผู้ป่วยโดยส่วนใหญ่จะไม่รู้ว่าตัวเองเป็นมะเร็งตับอ่อนจนกว่าจะได้รับการ วินิจฉัยที่ชัดเจน และก็มักจะพบเมื่อลุกลามมากเกินกว่าจะป้องกันหรือรักษาให้หายได้ แต่สำหรับผู้ที่สามารถตรวจพบได้ไวก็สามารถรักษาได้ด้วยการผ่าตัด วิธีรักษามะเร็งตับอ่อนแบ่งออกเป็น 2กลุ่ม คือ

          1. กลุ่มที่ผ่าตัด ใช้ ได้ในกรณีที่ตรวจพบในระยะแรกของโรค และแพทย์ลงความเห็นว่าสามารถผ่าตัดได้ ซึ่งนอกจากตัดตับอ่อนบางส่วนออก หรือตัดออกทิ้งทั้งหมดแล้ว อาจจะต้องตัดอวัยวะส่วนอื่นออกด้วย เพื่อป้องกันเชื้อที่อาจจะยังมีและลุมลาม เช่น ลำไส้เล็กส่วนต้น ท่อน้ำดี กระเพาะอาหารบางส่วน

          2. กลุ่มที่ผ่าตัดไม่ได้ ใช้ ในกรณีที่มะเร็งลุกลามมากแล้วซึ่งจะเป็นการรักษาและประคองอาการเท่านั้น เช่น การให้เคมีบำบัด และการฉายรังสีเพื่อยับยั้งการขยายตัวของมะเร็ง หรือการผ่าตัดเพื่อทำทางเบี่ยงน้ำดีเพื่อ ลดอาการดีซ่าน หรือทางเบี่ยงให้กระเพาะอาหารเพื่อลดการอุดตันของทางเดินอาหารยังเป็น วิธีการที่บรรเทาอาการผู้ป่วยได้ดีที่สุด

สำหรับคนดังของโลกที่เสียช้วิตด้วยโรคมะเร็งตับอ่อน นี้มี Steve Jobs ผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท Apple และผู้ได้รับการขนานนามว่าเป็นอัจฉริยะแห่งโลกยุคใหม่ด้วยโรคมะเร็งตับอ่อน ทำให้คนทั้งโลกตกใจไม่น้อยเลยครับเพราะเราได้สูญเสียคนเก่ง ๆ ไปอีกคน และเมื่อมองย้อนกลับมาที่โรคซึ่งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตของเขา ก็น่าตกใจไม่น้อยเช่นกัน เพราะในปัจจุบันมีผู้เสียชีวิตเพราะมะเร็งตับอ่อนมากขึ้นเรื่อย ๆ

และอีกคนดังที่ต้องพ่ายแพ้ให้กับมะเร็งตับอ่อนไปแล้ว อย่าง Patrick Swayze พระเอกจากหนังเรื่อง Ghost รวมถึง Randy Pausch อาจารย์ประจำคณะวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ Carnegie Mellon University เจ้าของเรื่องราวในหนังสือชื่อดัง The Last Lecture ที่ทำให้หลายคนร้องไห้มาแล้ว วันนี้เรามาทำความรู้จักกับมะเร็งตับอ่อนกันค่ะว่าร้ายแรงอย่างไร

          โรคมะเร็งตับอ่อนเป็นโรคที่พบได้น้อยนะครับ แต่เมื่อพบแล้วก็มักจะรุนแรงมากและเสียชีวิตแทบทุกราย ปัจจุบันยังไม่มีวิธีตรวจคัดกรองที่มีประสิทธิภาพให้พบโรคมะเร็งตับอ่อน ตั้งแต่ระยะเริ่มเป็นโรค ซึ่งเราเองนี่ล่ะที่ต้องสำรวจอาการเริ่มแรกที่เกิดกับตัวเอง และเมื่อสงสัยว่าอยู่ในกลุ่มอาการดังกล่าวควรพบแพทย์เพื่อตรวจวินิฉัย จะได้ป้องกันและเตรียมตัวรักษากันได้ทันท่วงที

 

วันอังคารที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

รู้เท่าทันโรคมะเร็งกันดีกว่า

ในปัจจุบันนี้โรคที่คร่าชีวิตคนไทยเป็นอันดับหนึ่งคือ โรคมะเร็ง เนื่องจากในแต่ละปีจะมีคนที่ป่วยด้วยโรคมะเร็งกว่า 1000,000 คน และในจำนวนนั้นกว่า 60,000 คน ที่ต้องเสียชีวิตลงไปด้วยโรคร้ายแรงชนิดนี้ คนเราทุกๆคนมีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคมะเร็งทั้งนั้น เพราะปัจจุบันนี้สิ่งแวดล้อมมีพิษมาก ส่วนคนที่ประวัติในครอบครัวเป็น มะเร็งก็เพิ่มโอกาสเสี่ยงขึ้นไปอีก  ผู้ที่ชอบทานอาหารที่มีสารอนุมูลอิสระเยอะ เช่น ของร้อน ของทอด ของปิ้งย่างก็เพิ่มความเสี่ยงคูณเข้าไปอีก ทานผักที่ปนเปื้อนยาฆ่าแมลงก็คูณเพิ่มไปอีก  สำหรับคนที่ชอบทานปลาเพราะเป็นอาหารสุขภาพ แต่ปลาในปัจจุบันมีปรอทอยู่ทุกตัว ซึ่งความจริงแล้วเป็นไบโอเอ็กซ์ซีมูเลชั่น คือ โรงงานผลิตสารพิษเข้าสู่อากาศเมื่อฝนตกลงมาในดิน  แล้วดินชะล้างจากน้ำจืดแล้วลงไปสู่น้ำทะเล เพราะฉะนั้นตอนนี้ปลา 100% ที่มีสารปรอททุกตัวและมีมากน้อยต่างกัน ถ้าเป็นปลากินเนื้อ เช่น ปลากินปลาด้วยกัน ก็มีสารปรอทมากกว่าเนื่องจากภาวะ ไบโอเอ๊กซีมูเลท ที่สะสมเพิ่มขึ้น เรามาดูกันว่าโรคมะเร็งนี้มันเกิดขึ้นได้ยังไง

มะเร็ง หรือทางการแพทย์ว่า เนื้องอกร้าย เป็นกลุ่มโรคที่เกี่ยวข้องกับการเจริญของเซลล์ที่ผิดปกติ คือ เซลล์จะแบ่งตัวและเจริญอย่างควบคุมไม่ได้ ก่อเป็นเนื้องอกร้าย และรุกรานร่างกายส่วนข้างเคียง มะเร็งอาจแพร่กระจายไปยังร่างกายส่วนที่อยู่ห่างไกลได้ผ่านระบบน้ำเหลืองหรือกระแสเลือด ไม่ใช่ว่าเนื้องอกทุกชนิดจะเป็นมะเร็ง เพราะเนื้องอกไม่ร้ายไม่ลุกลามอวัยวะข้างเคียงและไม่กระจายไปทั่วร่างกาย มีมะเร็งที่ส่งผลต่อมนุษย์ที่ทราบแล้วกว่า 200 ชนิด

สาเหตุของมะเร็งนั้นมีหลากหลาย ซับซ้อนและเข้าใจเพียงบางส่วนเท่านั้น มีหลายปัจจัยที่ทราบแล้วว่าเพิ่มปัจจัยเสี่ยงมะเร็ง ได้แก่ การสูบบุหรี่ ปัจจัยด้านอาหาร การติดเชื้อบางอย่าง การสัมผัสรังสี การขาดกิจกรรมทางกาย โรคอ้วนและมลภาวะสิ่งแวดล้อม ปัจจัยเหล่านี้สามารถทำให้ยีนเสียหายโดยตรงหรืออาจประกอบกับความบกพร่องทางพันธุกรรมที่มีอยู่เดิมในเซลล์ก่อให้เกิดการกลายพันธุ์เป็นมะเร็งได้ มะเร็งราว 5–10% สามารถติดตามไปยังความบกพร่องทางพันธุกรรมแต่กำเนิดโดยตรง มะเร็งหลายชนิดสามารถป้องกันได้โดยการไม่สูบบุหรี่ ทานผัก ผลไม้และธัญพืชเต็มเมล็ด (whole grain) มากขึ้น ทานเนื้อและคาร์โบไฮเดรตขัดสี (refined) น้อยลง ควบคุมน้ำหนัก ออกกำลังกาย จำกัดการรับแสงอาทิตย์ และรับวัคซีนป้องกันโรคติดเชื้อบางชนิด

มะเร็งสามารถตรวจพบได้หลายวิธี รวมทั้งการมีอาการและอาการแสดงบางอย่าง การตรวจคัดกรองโรค หรือการสร้างภาพทางการแพทย์ เมื่อตรวจพบว่ามีโอกาสเป็นมะเร็งแล้ว จะมีการวินิจฉัยโดยการตรวจตัวอย่างเนื้อเยื่อด้วยกล้องจุลทรรศน์ โดยปกติ มะเร็งรักษาด้วยเคมีบำบัด รังสีบำบัดและการผ่าตัด โอกาสการรอดชีวิตของโรคมีหลากหลายมากขึ้นอยู่กับชนิดและตำแหน่งของมะเร็งและ ขอบเขตของโรคเมื่อเริ่มต้นการรักษา มะเร็งสามารถเกิดในบุคคลทุกช่วงอายุ แต่ความเสี่ยงการกลายเป็นมะเร็งนั้นโดยปกติจะเพิ่มขึ้นตามอายุ ยกเว้นมะเร็งน้อยชนิดที่พบมากกว่าในเด็ก ในปี 2550 มะเร็งเป็นสาเหตุการเสียชีวิตของมนุษย์ 13% ทั่วโลก (7.9 ล้านคน) อัตรานี้เพิ่มสูงขึ้นเพราะมีผู้รอดชีวิตถึงวัยชรามากขึ้นและมีการเปลี่ยน แปลงวิถีชีวิตครั้งใหญ่ในประเทศกำลังพัฒนา

โรคมะเร็งมีชนิดไหนบ้าง


มะเร็งปากมดลูก
มะเร็งเต้านม
มะเร็งตับอ่อน มีแยกย่อยอีกคือ มะเร็งของเซลล์ตับ มะเร็งท่อน้ำดี มะเร็งเส้นเลือดในตับ และมะเร็งของเซลล์ตับอ่อน
มะเร็งปอด
มะเร็งช่องปาก เป็นมะเร็งที่เกิดขึ้นได้ทั้งริมฝีปาก ลิ้น กระพุ้งแก้ม เหงือก พื้นปากและเพดานแข็ง
มะเร็งโพลงหลังจมูก
มะเร็งกล่องเสียง
มะเร็งต่อมทัยรอยด์
มะเร็งถุงน้ำดีและท่อน้ำดี
มะเร็งตับอ่อน
มะเร็งลำไส้และทวารหนัก
มะเร็งรังไข่
มะเร็งปากมดลูกและมะเร็งมดลูก
มะเร็งกระดูก
มะเร็งผิวหนัง
มะเร็งต่อมลูกหมาก
มะเร็งเม็ดเลือดขาว
มะเร็งต่อมน้ำเหลือง
มะเร็งและเนื้องอกในระบบประสาท
มะเร็งทางเดินปัสสาะและอวัยวะสืบพันธุ์ชาย

วิธีการป้องกันมะเร็งซึ่งเรารู้สาเหตุของมะเร็งเกิดจาก 2 สาเหตุ



1. ปัจจัยทางสิ่งแวดล้อม แต่ในสื่งแวดล้อมเหล่านั้นเป็นสิ่งที่ป้องกันได้ส่วนใหญ่ เช่น การติดเชื้อ ถ้าหากเราหลีกเลี่ยงการไปในที่ชุมชน ลดโอกาสเซลล์ในร่างกายโดนโจมตีด้วยภูมิต้านทาน คือ ปฏิบัติตัวให้ดี ตื่นเช้าออกกำลังกาย นอนหลับเพียงพอ บางรายนอนดึกตื่นมาเจ็บคอ เพราะเชื้อไวรัส แบคทีเรีย เชื้อราเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดมะเร็ง ทำให้เซลล์กลายพันธุ์ เพราะเชื้อเหล่านี้เมื่อภูมิตก เชื้อที่ซ่อนเร้นอยู่ในตัวคอยโจมตีแบบกองโจร  ภูมิต้านทานมองไม่เห็นผ่านไปแค่ไม่เกิน 15 ปีก็เป็นมะเร็ง


2. เรื่องของสารพิษ อาหารที่ทาน อากาศที่หายใจเข้าไป ถ้าเลือกได้ต้องเลือกในการป้องกันไม่ให้สารพิษเหล่านี้เข้าสู่ตัวเรา วิธีการปรุงอาหารก็ เช่นกัน อาหารที่ปรุงด้วยความร้อนทุกชนิดโดยเฉพาะความร้อนที่สูงขึ้นมากเท่าไหร่  เนื้อเยื่อของอาหารจะกลายและเปลี่ยนเป็นสิ่งที่ก่อมะเร็งได้ แม้กระทั่งของดีๆก็เช่นกัน เช่น หมู นำไปทอดมีโอกาสเสี่ยงเป็นมะเร็งมากที่สุด แต่ถ้านำไปนึ่งก็ลดความเสี่ยงลงมา นำไปตุ๋นข้ามคืนแต่ปรากฏว่าทอดแค่ 10 นาทีมีโอกาสสูงกว่าหมูตุ๋นทั้งคืนเพราะความร้อนต่ำไม่ก่อให้เกิดสารโพลิเมอร์


การรักษามะเร็งปัจจุบันนี้ ไม่ว่าจะวิธีผ่าตัดเคมี ฉายแสงให้ฮอร์โมนต่างๆเหล่านี้ยังไม่ได้ผลที่ดีเท่าไหร่ มะเร็งในระยะต้นเมื่อผ่าตัดแล้วมักจะได้ผล คือ ระยะ 1-2 หายขาดได้ แต่ถ้าเป็นระยะท้ายๆ รักษาไม่ได้ผลเลย
 

     ปัจจุบันนี้เคยทีการรักษาครั้งใหญ่ โดยให้คนที่เป็นมะเร็งทั่วสหรัฐอเมริกาและออสเตรียรวมกันแล้วทำวิจัยดูความ ต่างระหว่างรักษากับไม่รักษามีผลต่างกันอย่างไร ซึ่งผลที่ออกมาต่างกันเพียงแค่ 5% เท่านั้น คือ มีโอกาสรอดเพิ่มขึ้นเพียง 5 % เท่านั้น

 

     การรักษามะเร็งในยุคปัจจุบัน ต้องบูรณาการ ทำแต่วิธีเดียวไม่ได้ ต้องร่วมกับการประกอบหลายๆอย่าง การเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตตัวเอง บางรายอาจใช้เป็นการเปลี่ยนอาหารใหม่ บางรายใช้สมุนไพร ซึ่งก็แล้วแต่เทคนิคต่างๆ โดยเฉพาะที่สถาบันในประเทศเยอรมันที่เน้นการรักษามะเร็งครบวงจรบูรณาการ คือ ไม่เอาเฉพาะปัจจุบัน 4 อย่าง ก็มีส่วนที่เพิ่มเข้ามาด้วย เช่น การใช้ความร้อน รักษาด้านจิตใจ การรักษาด้วยภูมิต้านทานวิทยาซึ่งเป็นแนวใหม่ ปัจจุบันเรื่องของภูมิต้านทานเป็นการรักษาของอนาคต  หาวิธีเสริมภูมิต้านทานและไปกำจัดเชื้อมะเร็งด้วยตัวเอง



การรักษามะเร็งมีอยู่ 4 อย่างคือ 





1.ผ่าตัด เรารู้ว่ามะเร็งคือสิ่งผิดปกติทางพันธุกรรมในเซลล์แล้วขยายมากขึ้นๆ ซึ่งเราเรียกกันว่า เนื้องอก แก้ไขโดยไปตัดเนื้องอกออก แต่สำหรับมะเร็งในระยะต้นเพื่อให้หาย เพราะยังไม่แพร่ไปยังบริเวณอื่นแต่อยู่เฉพาะที่



2.การฉายรังสี เมื่อยิงรังสีเข้าไปจะไปทำงายเซลล์ในจุดที่รังสีโฟกัส ส่วนใหญ่มักใช้ประกอบกับการผ่าตัด เพราะเมื่อผ่าตัดแล้วบางส่วนอาจจะยังไม่หมด ก็ใช้วิธีฉายรังสีฆ่าเซลล์เหล่านั้นซ้ำอีกครั้งหนึ่ง  ซึ่งขึ้นอยู่กับแพทย์ว่าควรฉายรังสีแบบใดและก็แล้วแต่เซลล์ในแต่ละจุด



3.การให้คีโม เคมีบำบัดฉีดและกินเข้าไปเพื่อฆ่าเซลล์ที่มีการแบ่งตัวเยอะๆ เซลล์ที่มีการเจริญเติบโตมาก แต่ผลข้างเคียง คือ เซลล์ปกติที่มีการเจริญเติบโต เช่น เส้นผมก็โดนจัดการไปด้วย มีอาการเบื่ออาหาร ทานข้าวไม่ได้ ใช้ในรายที่มะเร็งกระจายไปหลายที่ไม่ได้อยู่จุดเดียว



4.ฮอร์โมน มะเร็งที่อยู่ในที่ที่สร้างฮอร์โมนจะใช้ตัวฮอร์โมนเข้าไปกำกับมะเร็งอีกทางหนึ่ง แต่ไม่ว่าจะเป็นวิธีไหนก็ทรมานเหมือนกัน



 

ดังนั้นเราก็ควรระมัดระวังตัวเองเรื่องอาหารการกินไม่กินอาหารทอดด้วยน้ำมันซ้ำๆกันหลายครั้ง อาหารปิ้งย่างที่ใหม้เกรียม กินผักผลไม้ก็ควรล้างให้สะอาดแช่ด่างทับทิมสัก 15 นาที เพื่อล้างสารพิษที่ตกค้างอยู่กับผักผลไม้นั้นๆ